เสียงรบกวนต่อสภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อมเป็นสถานที่ไม่หยุดนิ่ง มีสิ่งเข้ามาและออกไปตลอดเวลา โดยมีปัจจัยหลายอย่าง ตามฤดูกาล สภาพอากาศ มนุษย์ ชุมชน ทางรถไฟ การจราจร อุตสาหกรรม ธุรกิจ การบิน กิจกรรมทางกีฬาที่เกิดขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่สร้างเสียงรบกวนต่อสภาพแวดล้อม การวัดระดับเสียงภายในสพาพแวดล้อมดังกล่าว เป็นสิ่งท้าทาย เพื่อที่จะทำนายระดับเสียงจากสภาพแวดล้อมที่เคลื่อนไหวตลอดเวลานี้ ประวัติศาสตร์ในการวัดเสียงจึงจำเป็นต้องมีการบันทึก ขึ้นกับว่า 1. ปฏิกิริยาของชุมชน 2. ระดับเสียงในเวลากลางวัน และกลางคืน 3. โทรเสียงระยะไกล 4. ข้อกำหนดระดับเสียง 5. มวลชนสัมพันธ์ต่องานเสียง

โครงการอนุรักษ์การได้ยิน

หน่วยงาน Health Safety and Environment (HSE)  ทำหน้าที่ดูแลในเรื่องปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพในการทำงาน การควบคุมเสียงในพื้นที่ทำการ เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน HSE  ปัญหาเสียงดังในพื้นที่ทำงานในอุตสาหกรรม  ก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน เริ่มจากอากาศ "หูอื้อ"  เมื่อผู้ปฎิบัติงานทำงานในพื้นที่เสียงดังในระยะเวลาหนึ่ง แต่มื่อผู้ปฏิบัติสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานาน และสม่ำเสมอ จนนำไปสู่อากาศ "หูหนวก"  ถึงแม้กฎหมายจะมีข้อกำหนดให้ผู้ประกอบจัดให้มีการตรวจวัดประสาทหูเป็นประจำทุกปี แต่ในการจัดทำนโยบายการควบคุมเสียงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ HSE ต้องคำนึงถึง   ECHO EVOLUTIONS นำเสนอแนวทางที่เป็นมาตรฐานสำหรับการตรวจวัดอย่างมีระบบในการควบคุมเสียง วิธีการคำนวณระดับเสียงที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับ  (นำมาจาก Health Safety Executive จาก UK)

ระดับเสียงรบเท่าไหรที่่ผู้ประกอบการต้องควบคุม?

    ค่าต่ำสุด และสูงสุด ที่ผู้ประกอบเริ่มต้องเข้าไปควบคุม คือ
  • ระดับเสียงต่ำสุด ที่ต้องเริ่มหามาตรการควบคุม
  • daily or weekly exposure of 80 dB

    peak sound pressure of 135 dB

  • ระดับเสียงสูงสุด ที่ผู้ประกอบจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุม
  • daily or weekly exposure of 85 dB

    peak sound pressure of 137 dB

  • ระดับเสียงในพื้นที่ต่่างๆ ที่แนะนำให้ควบคุม